Disney Minnie Mouse

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จุดมุ่งหมายในการแต่ง

1.เพื่อใช้เล่นละครใน ละครในเป็นละครที่เล่นกันในวัง ใช้ผู้หญิงแสดงล้วนๆ
ท่าทางร่ายรำงดงาม อ่อนช้อย เครื่องแต่งกายประดับตกแต่งอย่างสวยงาม
คำร้องและทำนองเพลงไพเราะ
            เดิมมีแต่ละครพื้นเมืองของชาวบ้านที่เล่นกันอยู่นอกพระราชฐาน เรียกว่า ละครนอก
ใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน
            ครั้นมีละครภายในพระราชฐานขึ้นมาจึงเรียกชื่อเป็นคู่กันว่าละครนอกและละครใน
โดยละครในกำหนดให้เล่นเพียง 3 เรื่อง คือ รามเกียรติ์ อุณรุท และอิเหนา
            มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาจารีตประเพณีของราชสำนัก ศิลปะการร่ายรำและท่าทาง
เพลงที่ใช้ประกอบและบทเจรจามีจังหวะนิ่มนวลไพเราะ เพื่อให้สมกับเป็นละครแบบฉบับ
            ส่วนละครนอก เป็นละครที่สามัญชนเล่นกันเพื่อความสนุกสนาน ท่ารำและคำร้องเป็นแบบง่ายๆไม่ประณีต เน้นความสนุกสนานเป็นสำคัญ 

2. เพื่อป้องกันการสูญหาย และรักษาไว้เป็นมรดกของชาติสืบไป ดังปรากฏในบทนำว่า

    “อันอิเหนาเอามาทำเป็นคำร้อง   /  สำหรับงานการฉลองกองกุศล
 ครั้งกรุงเก่าเจ้าสตรีเธอนิพนธ์  /  แต่เรื่องต้นตกหายพลัดพรายไป
 หากพระองค์ทรงพิภพปรารภเล่น  / ให้รำเต้นเล่นละครคิดกลอนใหม่
 เติมแต้มต่อติดประดิษฐ์ไว้   / บำรุงใจไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน”
                                  

                                


ลักษณะการแต่ง

ลักษณะคำประพันธ์
     บทละครรำ เรื่อง อิเหนา มีรูปแบบการแต่งกลอนบทละครซึ่งมีลักษณะบังคับเหมือนกลอนสี่สุภาพ
 แต่ละวรรคมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า เมื่อนั้น” “บัดนั้นและ มาจะกล่าวบทไป

   แผนผังและตัวอย่างบทละคร

                     บัดนั้น                                                   ดะหมังผู้มียศถา

          นับนิ้วบังคมคัลวันทา                                       ทูลถวายสาราพระภูมี

                      เมื่อนั้น                                                  ระตูหมันหยาเรืองศรี

           รับสารมาจากเสนี                                             แล้วคลี่ออกอ่านทันใด


                     

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง

ที่มาและความสำคัญ

อิเหนา เป็นวรรณคดีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งชาวชวาได้แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ชวา พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ทรงนำความเจริญให้แก่ชาวชวา ซึ่งพระองค์เป็นทั้งนักรบ นักปกครอง และพระองค์ทรงมี พระราชธิดา ๑ พระองค์ และพระราชโอรส ๒ พระองค์ เมื่อพระราชธิดาของพระองค์ได้ทรงเสด็จออกผนวช จึงได้แบ่งราชอาณาจักรเป็น ๒ ส่วน คือกุเรปัน และ ดาหา

        ต่อมาท้าวกุเรปันได้ทรงมีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง และท้าวดาหาทรงมีพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง ซึ่งทั้งสองพระองค์มีพระนามว่า อิเหนาและบุษบา เมื่อเจริญพระชันษา อดีตพระราชธิดาของกษัตริย์พระองค์เดิมที่เสด็จออกผนวช จึงมีพระดำริให้อิเหนาและบุษบาอภิเษกกัน เพื่อให้กุเรปันและดาหากลับมารวมกันเป็นราชอาณาจักรเดียวกันดั่งเดิม

       เนื่องจากนิทานอิเหนาเป็นเรื่องราวที่ได้รับความนิยมจากชาวชวาเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องจึงปรากฏเป็นหลายสำนวน และเมื่อได้เข้ามาสู่ประเทศไทย มีคำกล่าวสืบเนื่องกันมาว่าพระราชิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศกับเจ้าฟ้าสังวาล  คือ  เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎได้ฟังนิทานอิเหนาจากนางกำนัลชาวมลายูที่ได้มาจากเมืองปัตตานี พระราชธิดาทั้งสองพระองค์จึงมีพระราชธิดาจึงมีพระราชนิพนธ์ขึ้นนิทานเรื่องนี้ขึ้น เจ้าฟ้ากุณฑลทรงนิพนธ์บทละครเรื่องของดาหลัง ส่วนเจ้าฟ้ามงกุฎทรงนิพนธ์เป็นละครเรื่อง  อิเหนา  แต่คนทั่วไปมักเรียกบทพระราชนิพนธ์ของทั้งสองพระองค์นี้ว่า อิเหนาใหญ่ และอิเหนาเล็ก  นิทานปันหยีของไทยจึงมี ๒ สำนวนแต่นั้นมา

      
       สมัยรัตนโกสินทร์  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชก็ทรงพระราชนิพนธ์บทละคร อิเหนา ขึ้น โดยยังคงเค้าโครงเรื่องเดิม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้พระราชนิพนธ์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก เนื้อความเข้ากันไม่สนิทกับบทเมื่อครั้งกรุงเก่าและนำมาเล่นละครได้ไม่เหมิจึงทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ให้สั้นและสอดคล้องกับท่ารำโดยรักษากระบวนการเดิม แล้วพระราชทานให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิทักษ์มนตรีซึ่งเชี่ยวชาญในการละคร ได้นำไปประกอบท่ารำและฝึกซ้อมจนเห็นสมควรว่าดี แล้วจึงรำถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อให้มีพระบรมราชวินิจฉัยอีครั้งเป็นอันเสร็จ